จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

อาหาร สมุนไพรบำรุงไตให้แข็งแรง

โภชนา หรือสมุนไพรที่เราจะสามารถหารับประทานได้ง่าย แถมมีค่ามีสรรพคุณในการบำรุงไตของเราให้แข็งแรงสมบูรณ์ พร้อมทั้งดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างยาวนานนั้นก็มีมากมาย  เริ่มจาก ของกินประเภทที่มีสีดำเช่น เช่น ถั่วดำ เห็ดหอม งาดำ เห็ดหูหนูดำ พุทราจีน น้ำลำไย ฯลฯ และก็ยังมีสมุนไพร อย่างเช่น เห็ดหลินจือ กระชาย ลูกหม่อน ซังข้าวโพด ไหมข้าวโพด นมถั่วเหลือง หญ้าหนวดแมว ใบข่อย กระเทียมสด กะหล่ำปลี เม็ดบัว แป๊ะก๋วย เป็นต้น
งาดำ มีฤทธิ์กลางๆ หรือภาษาหมอไทยเรียกมีฤทธิ์สุขุม รสหวาน เหมาะสำหรับบำรุงตับ บำรุงสายตา เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี ช่วยบำรุงไตให้แข็งแรง สุขภาพดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ดวงตาแจ่มใส มองชัดเจนยิ่งขึ้น  งาบดต้มกับน้ำ  ดื่มบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือดลม ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดลมเดินทางสะดวก ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดการดูดซึมน้ำตาล ขับไอเย็นออกจากร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มงาบ่อยๆ จะช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ตลอดจนขับพิษที่อยู่ในเลือด เป็นการทำความสะอาดเลือดเบื้องต้น ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ยิ่งดี

 เห็ดหลินจือ  มีคุณค่าสูงมากในทางสมุนไพร ทั้งในศาสตร์ของแพทย์ แผนจีนและแผนไทย ซึ่งคัมภีร์โบราณ “เซนหลุง” (Shen Lung's Medica) และ คัมภีร์ “เสินหนงเปินเฉา” ที่เป็นตำราเก่าแก่ที่สุดของจีนเขียนไว้ว่าเห็ดหลินจือเป็น “เทพเจ้าแห่งชีวิต” (Spiritual essence) และยกย่องให้เห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด เห็ดหลินจือเป็นที่คาดหวังกันไว้ว่าจะสามารถบรรเทาหรือรักษาโรคไตเรื้อรังได้อาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้ และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี   
 ปัญหาของผู้ป่วยโรคไตคือจะมีสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบอยู่ในเลือดสูงในขณะที่สารต้านการอักเสบจะลดต่ำลง จากการศึกษาพบว่าเห็ดหลินจือ ช่วยลดการอักเสบของเยื้อเยื่อในร่างกายได้   ในตำราแพทย์แผนไทยใช้เห็ดหลินจือเป็นยาขับปัสสาวะกันมานานมากแล้ว จะใช้ต้มกับน้ำทำเป็นยาหม้อดื่มเพื่อใช้ล้างพิษที่ตกค้างในไต ขับปัสสาวะ และ ใช้เป็นยาบำรุงไตขนานเอก
กระเทียมสด จะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีสรรพคุณในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา รวมทั้งป้องการโรคหัวใจโรคหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ที่สำคัญยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไต และการอักเสบต่างๆ
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ อาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น ผลไม้แห้งทุกชนิด ทุเรียน มะขาม แคนตาลูป น้ำลูกยอ มะเขือเทศ ผักใบเขียว หัวผักกาด กล้วย ส้ม มะละกอ ขนุน เป็นต้น
ฟอสฟอรัส เมื่อไตวาย ร่างกายจะมีปัญหาการดูดซึมแคลเซียม และการกำจัดฟอสฟอรัสจะทำให้ร่างกายได้รับแคลเซียมน้อยและมีฟอสฟอรัสในเลือดมากเกินไป
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ รำข้าว เนยแข็ง นมและผลิตภัณฑ์จากนม นมข้นหวาน ไข่ปลา ไข่แดง กุ้ง ปู ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ผงฟู ถั่วเมล็ดแห้ง น้ำอัดลมสีดำ เป็นต้น โปรตีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการ ผู้ป่วยโรคไตก็ยังต้องบริโภคข้าวที่ให้โปรตีน แต่ควรจำกัดปริมาณอาหารที่มีโปรตีนสูงทั้งจากพืชและเนื้อสัตว์ไม่ให้มากเกินไป เพื่อเป็นการลดการทำงานของไต
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันด้วยกันคอเลสเตอรอลมาก (เช่น ไข่แดง เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังเป็ดกับไก่ เนื้อหมูและเนื้อวัวติดมัน ซี่โครงหมูที่ติดมันมาก หมูหัน เป็ดปักกิ่ง หมูสามชั้น หมูกรอบ เป็ดย่าง ห่านพะโล้ ไข่ปลา ไข่กุ้ง) เนื้อสัตว์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นไม่ครบ ซึ่งทำให้ไตปฏิบัติหน้าที่ขับถ่ายของเสียหนักขึ้น (เช่น เอ็นหมู เอ็นวัว เอ็นไก่ หูฉลาม ตีนเป็ด ตีนไก่ หนังสัตว์ กระดูกอ่อน รวมทั้งถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ และขนม ข้าวปลาอาหารที่มีไส้ถั่ว)
ซึ่งของกินพร้อมด้วยสมุนไพรเหล่านี้ สามารถช่วยบำรุงรักษาไตให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถช่วยรักษ์ พร้อมกับป้องกันอาการไตวาย และไตอักเสบได้ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายในส่วนต่างๆ ได้ กับอีกมากมายคุณประโยชน์ที่ร่ายกายจะได้รับอย่างแน่นอนส่วนการป้องกันไม่ให้เป็นโรคไตนั้น ก็สามารถทำได้ไม่ยากค่ะ เพียงแค่เราเลือกรับประทานข้าวปลาอาหาร ผักผลไม้ ที่ดีมีประโยชน์ต่อร่างกายไม่ควรกินอาการที่มีสารปนเปื้อน หรือว่ารสจัดจนเกินไป โดยเฉพาะรสเค็มจัด สำหรับการรับประทานโซเดียมในปริมาณที่สูงนั้น ส่งผลให้ไตทำงานหนักได้เช่นกันค่ะจากนั้นอย่าลืมที่จะหมั่นออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พร้อมทั้งพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคมีภัยนะคะและควรเลือกทาน ผักผลไม้ อาหาร หรือสมุนไพรที่บำรุงไตให้แข็งแรง เพราะสุขภาพที่ดี ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามไปด้วยค่ะ

https://thaiherbweb.com/th/articles/7521-%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%95-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%95-%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%84%E0%B8%95

สมันไพร สามารถช่วยลดน้ำตาลได้

1. ช้าพลู (Wild Pepper) ช้าพลู คู่เมี่ยงคำ ผักประจำ คนเบาหวาน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Piper sarmentosum Roxb.ex ในประเทศไทยมีตำรับยาพื้นบ้านที่ใช้ช้าพลูทั้งห้าต้มแก้เบาหวาน ซึ่งใช้แพร่หลายในชาวบ้าน ต่อมามีการศึกษา โดยต้มช้าพลูทั้งห้าแล้วทดสอบในกระต่าย พบว่าช้าพลูต้มสามารถช่วยลดน้ำตาลได้ดีในกระต่ายที่เป็นเบาหวาน แต่ไม่ลดในกระต่ายปกติ
นอกจากนี้ ช้าพลูจัดเป็นสมุนไพรที่เหมาะสำหรับการแนะนำผู้ป่วยเบาหวานเนื่องจากมีฤทธิ์แอนตี้อ๊อกซิแด็นท์สูงมาก ทั้งยังมีปริมาณแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี สูงมากชนิดหนึ่ง และไม่ลดน้ำตาลในคนปกติอีกด้วย จึงเหมาะสำหรับนำมาทานเป็นอาหาร เป็นชาหรือยาต้มในคนทั่วไปและผู้ป่วยเบาหวาน

2. มะระขี้นก (Bitter Cucumber) ขมนักผักมะระขี้นก รูปร่างก็ตลก แต่ทั่วโลกยอมรับ กับการแก้เบาหวาน มะระขี้ยกขึ้นง่ายปลูกเองได้ในบ้าน ยอดอ่อน ผลอ่อนนำมาปรุงอาหารได้ มีวิตามินเอและซีสูว รวมทั้งมีรายงานการศึกษาวิจัยสรรพคุณการลดน้ำตาลในเลือด พบว่า สามารถใช้ได้ทั้งในรูปแบบของน้ำคั้น ชาชง แคปซูล ผงแห้ง มะระชี้นกนั้นออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับ องค์ประกอบทางเคมีของมะระขี้นกที่มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด คือ p-Insulin , Charantin และ Visine

3. เตยหอม (Pandan) หอมทั้งตัว คู่ครัวไทย บำรุงหัวใจ ใช้ลดน้ำตาล
ปัจจุบันมีการศึกษาฤทธิ์เภสัชวิทยา พบว่า เตยหอม มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นหัวใจ ขับปัสสาวะ แต่ทั้งนี้ยังไม่มีการทดลองทางคลินิก

4. กะเพรา (Holy Basil) กะเพรา ผักเทพเจ้า ดูแลเราเรื่องเบาหวาน และการมีชีวิตที่ยืนยาว ปัจจุบันมีการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่ากะเพรามีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน รักษาหืด ต้านความเครียด ยับยั้งการเกิดมะเร็ง ต้านฮีสตามีน ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ แก้ไข้ แก้ปวด ลดคลอเลสเตอรอล และที่สำคัญคือลดน้ำตาลในเลือด พบว่า ใบกะเพราทำให้เซลล์ตับอ่อนผลิตอินซูลินได้ดีขึ้น และการวิจัยในผู้ป่วยเบาหวาน การให้ผงใบกะเพราวันละ 2.5 กรัม 4 สัปดาห์ สามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ (เหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวานเล็กน้อยถึงปานกลาง)

5. ตำลึง (Ivy gourd) ผักต้านอนุมูลอิสระ เอาชนะเบาหวาน มีสารวิตามินมากมาย
ตำลึงแสดงผลการลดน้ำตาลทั้งในสัตว์ทดลองและในคน สามารถใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็น ใบ ราก ผล เป็นผักที่มีวิตามินเอ สูงมาก รองมาจากใบยอ แมงลัก โหระพา มีวิตามินซีสูงมากกว่ามะนาว (วิตามินซี 30 มก.ต่อ 100 ก. มะนาวมี 20 มก.) มีวิตามินบี 3 ช่วยบำรุงผิวหนัง มีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด นอกจากนี้ยังช่วยระบายมีกากใยสูงอีกด้วย

6. ว่านหางจระเข้ (Aloe) สมุนไพรมหัศจรรย์พันปี ของดีของผู้ป่วยเบาหวาน ใครต้องการ ก็ปลูกง๊าย..ง่าย..
ปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยประโยชน์ว่านหางจระเข้ทั้งทางยาและเครื่องสำอาง ในส่วนที่เป็นยานั้นพบว่าช่วยลดน้ำตาลในเลือดทั้งในคนและสัตว์ทดลอง กระตุ้นการเผาผลาญของร่างกาย ดังนั้นจึงเหมาะในผู้ป่วยเบาหวาน

7. อบเชยจีน (Chinese Cinnamon) เครื่องเทศของคนรุ่นใหม่ ต้านภัยเบาหวาน อบเชยจีนเป็นพืชประจำถิ่นแถวเอเชียใต้ มีการบันทึกการใช้เป็นยามาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังเป็นเครื่องเทศสำคัญจากเอเชียสู่ยุโรป นอกจากการเป็นเครื่องเทศ และเครื่องหอมแล้ว ยังมีการใช้เป็นยาสำหรับรักษาไซนัส หวัด หวัดใหญ่ มะเร็ง ล่าสุด ได้มีการค้นพบสรรพคุณของอบเชย โดยมีสรรพคุณช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ในอบเชย มีสาร Methylhydroxy Chalone Polymer(MHCP) ที่ทำให้เซลล์ไขมันตอบสนองต่อการทำงานของอินซูลินได้มากขึ้น ทำให้อินซูลินทำงานได้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งยังมีฤทธิ์เหมือนอินซูลินคือช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
นอกจากลดน้ำตาลในเลือดได้แล้ว อบเชยจีนยังช่วยลดไตรกลีเซอไรด์ ลดไขมันตัวร้ายLDL และลดคลอเลสเตอรอลได้ด้วย

8. อินทนิลน้ำ (Queen's Flower) ไม้ป่าดอกสวย ช่วยคนเบาหวาน
ปัจจุบันมีการศึกษาพบว่าอินทนิลน้ำมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โยมีสาระสำคัญชื่อ Corosolic acid ออกฤทธิ์เหมือนอินซูลิน จัดเป็นอินซูลินจากธรรมชาติ ไม่พบผลข้างเคียง ทั้งยั้งช่วยชะลอการย่อยแป้งในระบบทางเดินอาหาร และทำให้การลำเลียงน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ดีขึ้น โดยใบอินทนิลน้ำที่ดีเหมาะกับการนำมาทำยาคือใบแก่ ใกล้ผลัดใบ นอกจากนี้เมล็ดแห้งของอินทนิลน้ำก็สารถช่วยลดน้ำตาลได้เช่นกัน

9. หว้า ผลไม้ในอดีตของเด็กไทย ต้านภัยเบาหวาน
มีการศึกษาประโยชน์ของหว้าทั้งในสัตว์ทดลองและในคน ถึงฤทธิ์ของการลดน้ำตาลในเลือดพบว่า มีฤทธิ์ยับยั้งการทำลายอินซูลิน ช่วยเพิ่มปริมาณอินซูลิน กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ยับยั้งเบาหวาน เพิ่มปริมาณไกลโคเจน ในตับและแม้แต่ในอเมริกาก็มีการยืนยันว่าสารสกัดด้วยน้ำของเมล็ดหว้ามีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวาน

ชาใบยอ ปลอดสารพิษ ใบยอรักษาโรคเบาหวาน

ใบยอรักษาโรคเบาหวาน

ใบยอมีคุณค่าสารอาหารมากมายประกอบไปด้วยแคลเซียม เกลือแร่ และวิตามินต่างๆ สมัยเด็กๆ ผู้เขียนเดินผ่านต้นยอเป็นประจำ มักเห็นลูกยอที่สุกแล้วร่วงหล่นบนพื้นดิน ต้องพยายามหลบไม่ไปเหยียบ เพราะมีกลิ่นเหม็นค่ะ ถึงคุณยายบอกว่าลูกยอเป็นยานะลูก ผู้เขียนก็ฟังเพียงผ่านๆ ไม่เคยเก็บมาคิดหรือสนใจเลยค่ะ ตอนเด็กๆ คิดอย่างเดียวว่าจะเก็บลูกยอไปเล่นอะไรดี

.ยอเป็นพืชเขตร้อน ชื่ออังกฤษ Indian mulberry ชื่อ วิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia L ขึ้นโดยทั่วไปในสภาพที่เหมาะสม ทุกสภาพของดิน เป็นพืชที่มีใบสีเขียวเข้ม ลักษณะของใบ เป็นใบเดี่ยว รีเป็นมัน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ กว้างและยาวพอประมาณ ออกดอกเป็นช่อกลมสีขาว ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาล กะเทาะออก มีผล เป็นวงรีสีเขียวออกขาว ผิวขรุขระ เมื่อสุกจะมีสีเขียวออกเหลือง มีกลิ่นเหม็นเอียน ยอสามารถนำมาทำยาได้ทุกส่วน เช่น ราก ลำต้นใบ ดอก ผล รักษาได้หลายโรค แต่ในที่นี้ ขอกล่าวถึงใบ

สรรพคุณใบยอ
รักษาโรคเบาหวานได้ โดยช่วยลดน้ำตาลในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน

สรรพคุณยอ
1. ใบ
ใบสดใช้ต้มน้ำดื่มหรือนำมาบดตากแห้งชงเป็นชาดื่ม รวมถึงใส่แคปซูลรับประทาน ช่วยแก้กระษัย  แก้ปวดเมื่อยตามข้อมือข้อเท้า รักษาวัณโรค แก้ท้องร่วง ลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ แก้จุกเสียดแน่นท้อง แก้โรคเบาหวาน ป้องกันโรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด แก้โรคมะเร็ง แก้โรคเกาต์ ช่วยขับประจำเดือน แก้อาการคลื่นไส้ วิงเวียนศรีษะ  นอกจากนั้น นำใบสดมาคั้นเอาน้ำมาสระผมฆ่าเหา นำมาทารักษาแผล แผลติดเชื้อ เป็นหนอง
2. ดอก
ดอกใช้ต้มน้ำดื่มหรือนำมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม แก้วัณโรค โรคเบาหวาน ป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือด ต้านโรคมะเร็ง แก้ไอ ลดเสมหะ แก้ท้องร่วง
3. ผล
เนื้อผลมีรสเผ็ดร้อน มีสารออกฤทธิ์คือ asperuloside ใช้แก้อาเจียน ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร และลำไส้ ช่วยขับประจำเดือน แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ช่วยลดไข้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยเจริญอาหาร ช่วยขับนํ้าคาวปลา แก้เสียงแหบแห้ง แก้ร้อนใน แก้กระษัย แก้อาเจียน แก้โรคเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด ป้องกันโรคระบบหัวใจ และหลอดเลือด ป้องกันโรคมะเร็ง ส่วนเมล็ดใช้เป็นยาระบาย
4. ราก
รากนำมาต้มหรือดองเหล้ารับประทานเป็นยาระบาย แก้กระษัย ช่วยเจริญอาหาร ใช้รักษาวัณโรค  แก้โรคเบาหวาน ป้องกันโรคมะเร็ง โรคในระบบหัวใจ และหลอดเลือด รวมถึงนำมาเป็นสีย้อมผ้า โดยเฉพาะเปลือกรากที่ให้สีแดง ส่วนเนื้อรากจะให้สีเหลือง หรือต้มรวมกันจะให้สีเหลืองปนแดง สีที่ได้จากรากยอจัดเป็นสีที่คงทนต่อซักรีด สีไม่ตกง่าย

วิธีการนำใบยอ ไปบริโภคเพื่อรักษาโรคเบาหวาน
1.นำใบยอมาประกอบอาหาร ใส่ในข้าวยำ แกงเผ็ด ยำ ลวกกินกับน้ำพริก
2.นำใบยอสด ประมาณ 3 ใบ ฉีกหรือหั่นหยาบๆ ใส่ในน้ำร้อน ดื่มเป็นน้ำชา วันละ3 เวลา ก่อนรับประทานอาหาร 5 นาที
3.นำใบยอสด ประมาณ 5 ใบ มาตำ ปั่น หรือขยี้ ผสมน้ำ ให้ได้น้ำใบยอ 1 แก้ว นำไปกรองกับผ้าขาว ผสมน้ำเพิ่มอีก 2 แก้ว ดื่ม วันละ 3 แก้ว 3 เวลา ก่อนรับประทานอาหาร 5 นาที
4.นำใบยอไปตากแห้งหรืออบจนแห้ง นำมาป่น ผสมกับน้ำผึ้งรวง ทำเป็นลูกกลอน รับประทาน วันละ 2 เวลา เช้า – เย็น ก่อนอาหาร 5 นาที ( ลูกกลอนครั้งละ 1 ลูก )

 

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

(เล่นเน็ตได้ตัง) ทำเงินง่ายๆ ไม่ต้องลงทุน กับสวนราชินี

ทำเงินง่ายๆ ไม่ต้องลงทุน กับสวนราชินี
แต่เอารูป ข้อความ นี้ ไปโพสขาย เปลี่ยนเบอร์ติดต่อ ไอดีไลน์ เป็นของท่าน
พอลูกค้ามีคำสั่งซื้อ ท่านก็แจ้ง ชื่อที่อยู่ เบอร์ของลูกค้า มาให้เรา
หลังจากเราจัดส่ง 3-4 วันโดยประมาณ เราจะโอนค่าทำงานให้ท่านตัวละ 100 บาท
ถือเป็นรายได้ระหว่างเล่นอินเตอเน็ต ก็แล้วกัน
.....................................
ก็อปข้อความนี้ไปโพส
.....................................
ขาย เครื่องวัดพีเอชและวันความสมบูรณ์ของดิน
RACHA PH METER
ราคา 750 บาท รวมส่ง เก็บเงินปลายทาง
ปล..ห้ามโอนเงินก่อนโดยเด็ดขาด
.
เพียงแจ้งชื่อที่อยู่ เบอร์โทร ของท่านแล้วรอรับสินค้า 2-3 วันทำการ
สินค้า รับประกัน 1 เดือน นับจากวันจัดส่ง
สินค้าชำรุด เปลี่ยนตัวไหม่เท่านั้น
ฟรี...คูมือการใช้ ภาษาไทย
.
ติดต่อเรา
โทร........................
ไลน์........................
























ดิน ต้องวัดได้ 6.5-7 จึงจะเป็นดินที่มีสภาพที่ดี ปลูกอะไรก็งาม
ถ้าววัดได้ต่ำจนถึง 4 แสดงว่าดินเป็นกรด ปลูกอะไรก็ใบเหลือง เป็นโรคเชื้อราตายหมด
แก้ใขได้โดยการเติมปูนขาวสำหรับก่อสร้าง ลงในดิน ทะละน้อย แล้ววันให้พอดี

.................................................
ปล..อนุญาติให้แก้ใขเบอร์โทรศัพท์ ในภาพได้ครับ
................................................
เพียงเท่านี้ก็อาจจะได้เงินค่าน้ำค่าไฟแล้ว ถ้ามีคนสั่งซื้อกับท่าน ก็แจ้งกลับมาเราจะจัดส่งสินค้าแล้วแจ้งเลข กลับไปยังท่านเอง


วันเสาร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2561

น้ำยาล้างรถที่คนมุงดูมากที่สุด

ตำเตือน...ใช้ยี่ห้อนี้ล้างรถ คุณอาจอายุสั้น




ปลูกกล้วยกับเรา ขายได้หมด





วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

ขายต้นชิงเฮา ชิงฮาว

ขายต้นชิงเฮา ชิงฮาว 
ราคาต้นละ    50 บาทความสูงประมาณ 10 ซมถอดรากส่ง
ราคาต้นละ    80 บาทความสูงประมาณ  20ซมถอดรากส่ง
ราคาต้นละ   100บาทความสูงประมาณ  25ซมถอดรากส่ง
ราคาต้นละ   300บาทความสูงประมาณ  50ซมถอดรากส่ง
ราคาต้นละ   500บาทความสูงประมาณ  70ซมถอดรากส่ง
ราคาต้นละ 1000 บาทความสูงประมาณ  100ซมถอดรากส่ง

ราคายังไม่รวมค่าขนส่ง ..โปรดสอบถาม
เพราะมันขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่ง
ไม่มีการรับประกันใดๆ เพาะเป็นต้นไม้ แต่เราแพ็คกิ้งอย่างดี
..
 พืชชนิดนี้มีสารอาร์เทมิซินินถึง 28% 
ซึ่งมันสามารถจัดการกับเซลล์มะเร็งเต้านม
และยังช่วยยับยั่งการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม
สามารถฆ่า เซลล์มะเร็งเต้านมได้ถึง 98 % 
และยังสามารถต่อสู้ กับมะเร็งชนิดอื่นๆ ได้อีกเช่นกัน

..
0809898770 โทร-ไลน์
ไอซ์

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561

สมุนไพรเป็นยา

เจี่ยวกู่หลาน จียวกู่หลาน หรือ สมุนไพรปัญจขันธ์ มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ 
...
ชิงเฮา
....
หญ้าจุยเต็กเฉ้า หรือ หญ้าดอกฮวยอะเจียเฉ้า สมุนไพรช่วยรักษาไต เบาหวาน ความดันหญ้าไผ่น้ำ
...
ต้นหนานเฉาเหว่ยลดเบาหวาน แก้อาการของโรคเกาต์และลดความดันโลหิตสูงได้
...
หญ้าปักกิ่ง (Angel Grass)
มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า หญ้าเทวดา (ทั่วไป), ต้นอายุยืน (คนเมือง), เล่งจือเช่า (จีน), งู้แอะเช่า หนิวเอ้อเฉ่า (จีนกลาง)ใช้เพื่อรักษาอาการของโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งในลำคอ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งตับ มะเร็งผิวหนัง และมะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia – ลูคีเมีย) 
...
จิงจูฉ่าย จิงจูฉ่ายสู้กับมะเร็งร้ายได้ จากผลการวิจัยพบว่าจิงจูฉ่ายนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้ โดยให้นำใบจิงจูฉ่าย 1 กำมือ มาปั่นหรือตำแล้วคั้นเอาน้ำออกมากินเช้า-เย็น ก่อนกินอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง วันละ 1-2 ครั้ง ให้กินติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 เดือน จะสามารถต้านทานเซลล์มะเร็งได้ เพราะสารที่มีในต้นจิงจูฉ่ายจะช่วยให้ร่างกายและการรักษาโรคมะเร็งดีขึ้น